การเมืองการปกครองของไทย Thai Politics and Government
ชื่อสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
|
||
|
วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์
|
หมวดที่ 1
ข้อมูลโดยทั่วไป
|
1.
รหัสและชื่อวิชา
รหัสวิชา 2551101
ชื่อวิชา การเมืองการปกครองของไทย
Thai Politics
and Government
|
|
2.
จำนวนหน่วยกิต
3 หน่วยกิต
|
|
3.
หลักสูตรและประเภทของรายวิชา
กลุ่มวิชาการบริหารงานทั่วไป
|
|
4.
อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน
อ.ศุภวัฒน์ ปภัสสรากาญจน์
|
|
5.
ภาคการศึกษา/ชั้นปีที่เรียน
ภาคเรียนที่1ชั้นปีที่ 2
|
|
6.
รายวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน(Pre-requisite)(ถ้ามี)
ไม่มี
|
|
7.
รายวิชาที่เรียนพร้อมกัน(Co-requisite)(ถ้ามี)
ไม่มี
|
|
8.
สถานที่เรียน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาราชภัฏสวนดุสิต
|
|
9.
วันที่จัดทำหรือปรับปรุงรายละเอียดครั้งล่าสุด
20 ก.ย.2556
|
หมวดที่ 2
จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
|
1.
จุดมุ่งหมายของรายวิชา
มีความรู้ความเข้าใจความหมาย
แนวคิดด้านการเมืองการปกครอง วิวัฒนาการทางการเมืองการปกครองไทย
หน้าที่ของรัฐไทยและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับสังคมลักษณะทางการเมืองและพฤติกรรมทางการเมืองของชนชั้นนำ
นักการเมืองและประชาชนของไทย
|
|
2.
วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา
เพื่อให้นักศึกษามีความสำนึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การศึกษา
มีความรู้ทางด้านการเมืองการปกครอง วิวัฒนาการทางการเมืองการปกครองไทยและสามารถนำแนวคิดทฤษฎีไปเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองการปกครองและ
ลักษณะทางการเมือง พฤติกรรมทางการเมืองของ นักการเมืองและประชาชนของไทยซึ่งมีพัฒนาการ
การเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมทางการเมืองมากขึ้น
|
หมวดที่ 3
ลักษณะและการดำเนินการ
|
1.
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาแนวคิด
|
|||
|
2.
จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา
|
|||
|
บรรยาย
|
สอนเสริม
|
การฝึกปฏิบัติงาน/ภาคสนาม/การฝึกงาน
|
การศึกษาด้วยตนเอง
|
|
45 ชั่วโมง/ภาคการศึกษา
|
ตามความต้องการของนักศึกษา
|
ไม่มีการฝึกปฏิบัติ
|
6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์/
|
|
3.
จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการแก่นักศึกษาเป็นรายบุคคล
- อาจารย์ประจำรายวิชา ประกาศเวลาให้คำปรึกษาผ่านเว็บไซต์คณะ
-
อาจารย์จัดเวลา 1 ชั่วโมง
/สัปดาห์สำหรับให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการแก่นักศึกษาเป็นรายบุคคล
|
|||
หมวดที่ 4
การพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา
|
1.
คุณธรรม จริยธรรม
|
|
1.1 คุณธรรม จริยธรรมที่ต้องพัฒนา
พัฒนาผู้เรียนให้มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีจรรยาบรรณวิชาชีพ เคารพในสิทธิของข้อมูลส่วนบุคคลการไม่ลอกเลียนและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา
มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงในการทำงาน การศึกษา มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
โดยมีคุณธรรมและจริยธรรมดังนี้
(1)
ตระหนักในคุณค่าและคุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต
(2)
มีวินัย ตรงต่อเวลา และความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
(3)
มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานเป็นทีมและสามารถแก้
(4)
มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานเป็นทีมและสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งและลำดับความสำคัญ
(5) เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
(6) เคารพกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์กรและสังคม
(7) มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ
(8) ซื่อสัตย์ สุจริต รักษาความลับขององค์กร
(9) เคารพ ปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบขององค์กร
(10)
มีความขยันหมั่นเพียร อดทน เอื้อเฟื้อต่อสมาชิกในการทำงาน
|
|
1.2 วิธีการสอน
การสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มีการบรรยายถึงเนื้อหาหลักของวิชา ให้ผู้เรียนทำการค้นคว้า หรือทำความเข้าใจประเด็นปลีกย่อยด้วยตนเอง
เน้น เพื่อให้ผู้เรียนได้มีการฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ รู้จักวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วยตนเอง
มีการพัฒนาค้นหาความรู้แล้วมาเสนอเพื่อสร้างทักษะในการอภิปรายและนำเสนอ
การเรียนการสอนจะแทรกเนื้อหา/กิจกรรมที่ส่งเสริมด้านคุณธรรม
จริยธรรม ทั้งนี้ ได้นำรูปแบบการเรียนการสอนแบบต่างๆเพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู้
ทักษะในการคิดอย่างมีระบบ และการวิจัยและการแก้ปัญหา มีความรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ
มีทักษะในการนำเสนอและอภิปรายโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสารกับผู้อื่น
ทักษะการใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและเป็นผู้มีคุณธรรม
จริยธรรมในตนเอง วิชาชีพและสังคม
|
|
1.3
วิธีการประเมินผล
(1) นักศึกษาประเมินการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้แบบสอบถามมาตรฐานที่วัดคุณธรรมจริยธรรม
(2) ประเมินโดยสังเกตพฤติกรรมและการแสดงออกระหว่างการอภิปรายโดยมีการบันทึกผลการประเมินหลักฐานแจ้งให้นักศึกษาทราบด้วยทุกครั้ง
(3) ประเมินความซื่อสัตย์จากการพูดคุย สัมภาษณ์เพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง
|
|
2.
ความรู้
เชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎี
และประวัติศาสตร์ทางการเมืองมาจิตสร้างสำนึกและความตื่นตัวทางการเมือง
เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและเพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การเรียนรู้ในระดับสูงต่อไป
|
|
2.1 ความรู้ที่ต้องได้รับ
1.
มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีที่สำคัญในเนื้อหาที่ศึกษา
2. มีทักษะทางปัญญาทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบสามารถใช้ความรู้มาชี้นำสังคมในประเด็นที่เหมาะสม
มีความรับผิดชอบในการกระทำของตนเองและรับผิดชอบงานในกลุ่ม
3. มีทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร วิเคราะห์ปัญหา เข้าใจและอธิบาย
รวมทั้งประยุกต์ความรู้ทักษะที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา
4.
สามารถบูรณาการความรู้ในที่ศึกษากับความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการและปฏิบัติ
5.
เข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้อง
|
|
2.2 วิธีการสอน
(1) บรรยาย
อภิปราย การทำงานกลุ่ม การนำเสนอรายงาน การวิเคราะห์กรณีศึกษา และมอบหมายให้ค้นคว้าหาบทความ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยนำมาสรุปและนำเสนอ การศึกษาโดยใช้ปัญหา Problem-based Learning และ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
(2)
บอกถึงแหล่งข้อมูลเพื่อให้นักศึกษาได้ค้นคว้าข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
(3) จัดประชุม แบ่งงาน ติดตามงาน เป็นระยะเวลาที่กำหนด หรือตามความเหมาะสม
(4) จัดทำรายงานผลวิเคราะห์ความต้องการ และนำเสนอ
|
|
2.3 วิธีการประเมิน
(1)ทดสอบย่อย
สอบกลางภาค สอบปลายภาค ด้วยข้อสอบที่เน้นการวัดหลักการและทฤษฎี
ประเมินจากการนำเสนอผลการค้นคว้าข้อมูล กรณีศึกษา
หรือโจทย์จาก Problem-based Learning
(2) ประเมินผลจากผลงานที่ได้รับมอบหมาย ตามหัวข้อที่กำหนด
โดยอ้างอิงทฤษฎีในวิชาที่เกี่ยวข้อง
(3) ประเมินจากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และการได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้อง
|
|
3.
ทักษะทางปัญญา
พัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีการคิดอย่างเป็นระบบ มีการวิเคราะห์
ประยุกต์แนวคิดกับปรากการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงทางเมืองการปกครอง ได้เป็นอย่างดี
สามารถเสนอแนะวิธีการพัฒนา การเมืองไทยได้เป็นอย่างดี
|
|
3.1 ทักษะทางปัญญาที่ต้องพัฒนา
(1) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและอย่างเป็นระบบ
(2) ความสามารถสืบค้น ตีความ และประเมินสารสนเทศ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เนื้อหา
(3) ความสามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และสรุปประเด็นปัญหา
(4) ความสามารถประยุกต์ความรู้และทักษะการวิเคราะห์ได้อย่างเหมาะสม
(5) ทักษะการเลือกสามารถนำความรู้ทางทฤษฎีเป็นพื้นฐานมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
|
|
3.2 วิธีการสอน
(1)
การมอบหมายโจทย์ปัญหา ให้ฝึกการค้นหาความต้องการ และวิเคราะห์ผลความต้องการ
(2) จัดทำรายงานผลวิเคราะห์ความต้องการ และนำเสนอ
(3)ประชุมร่วมกันระหว่าง
อาจารย์ที่ปรึกษา และนักศึกษา
(4) มอบหมายโจทย์ปัญหา ด้านการเมืองการปกครอง
(5) การนำเสนอด้วยการจัดทำรายงานและการนำเสนอร่วมกัน
|
|
3.3 วิธีการประเมินผล
ประเมินผลจากผลงานที่ได้รับมอบหมาย
ตามหัวข้อที่กำหนด โดยอ้างอิงทฤษฎีในวิชาที่เกี่ยวข้อง
และควรนำมาเป็นพื้นฐานในการจัดการ
|
|
4.
ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
|
|
4.1 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบที่ต้องพัฒนา
(1) สามารถให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่การแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆในกลุ่มทั้งในบทบาท
ของผู้นำ หรือในบทบาทของผู้ร่วมทีมทำงาน
(2) สามารถใช้ความรู้ในศาสตร์มาชี้นำสังคมในประเด็นที่เหมาะสม
(3) มีความรับผิดชอบในการกระทำของตนเองและรับผิดชอบงานในกลุ่ม
(4) สามารถเป็นผู้ริเริ่มแสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม
พร้อมทั้งแสดงจุดยืน
อย่างพอเหมาะทั้งของตนเองและของกลุ่ม
(5) มีความรับผิดชอบการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งของตนเองและทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเรียนรู้ภาวะทาง
อารมณ์ของตนเอง เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้เทคนิคการขอความช่วยเหลือ
หรือขอข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการทำงาน
(6) สามารถวางตัวในตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเหมาะสม
(7) กล้าแสดงความคิดเห็นในขอบเขตของงานและภาระหน้าที่
(8) พัฒนาตนเองจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง และจากการฝึกอบรม หรือการสอบถามเพื่อนร่วมงาน
|
|
4.2 วิธีการสอน
(1)
สร้างกิจกรรมสันทนาการ ละลายพฤติกรรม เพื่อให้เกิดความรู้รัก สามัคคี พร้อมทำงานเป็นทีม
(2)
มอบหมายงานที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม
(3) มีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน มอบหมายงานที่ต้องพูดคุย ประชุมร่วมกัน เพื่อมอบหมายงาน
ติดตามงาน ประเมินผล
|
|
4.3 วิธีการประเมินผล
(1) ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม จากการสัมภาษณ์ผู้ร่วมงาน หรือผู้เกี่ยวข้อง
(2) ประเมินจากข้อมูลที่ได้รับจากที่นักศึกษาไปสัมภาษณ์
(3) ประเมินจากการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และการได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้อง
|
|
5.
ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
|
|
5.1 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร
และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องพัฒนา
(1) ทักษะในการใช้เครื่องมือที่จำเป็นที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อการค้นคว้าและนำเสนองาน
(2) ทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งปากเปล่าและการเขียน เลือกใช้รูปแบบของสื่อการนำเสนออย่าง
เหมาะสม
(3) ทักษะในการใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีสื่อสารอย่างเหมาะสม
(4) ทักษะในการใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์
ซอฟต์แวร์ ในการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการทำงาน เช่น การ
โต้ตอบ แสดงความคิดเห็น ประสานการทำงาน การรับ-ส่งงาน การซักถามข้อสงสัย
(5)
สามารถใช้เทคโนโลยี หรือ อินเทอร์เน็ตในการค้นคว้า หาข้อมูลประกอบการทำงาน
(6) สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เหมาะสม
และส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน
|
|
5.2 วิธีการสอน
(1) มอบหมายงานผ่านระบบเทคโนโลยี การใช้ทักษะด้านเทคโนโลยี
ในการนำเสนอข้อมูล
(2) มอบหมายงานที่ต้องมีการสื่อสารโดยใช้ภาษาทั้งไทยและต่างประเทศ
ทั้งการพูด เขียน ในการประสาน
การทำงาน
(3)
มอบหมายงานที่ต้องใช้เทคโนโลยี ในการแก้ปัญหา หรือนำเสนองาน
|
|
5.3 วิธีการประเมินผล
(1) ประเมินจากเอกสาร
ที่นำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อ
(2) ประเมินจากเอกสารที่เขียน
เช่น E-Mail ที่ใช้สื่อสารเพื่อการทำงาน
(3) ประเมินจากผลการแก้ปัญหาว่า
โดยเน้นความถูกต้องและเหมาะสม
|
หมวดที่ 5
แผนการสอนและการประเมินผล
|
1.
แผนการสอน
|
||||
|
สัปดาห์ที่
|
หัวข้อ/รายละเอียด
|
จน.ชั่วโมง
|
กิจกรรมการเรียนการสอน/สื่อที่ใช้
|
ผู้สอน
|
|
1
|
1.
บทนำ การนำเข้าสู่บทเรียน
2.
ความรู้เบี้องต้นทางการเมือง
การปกครองและการเมือง
การปกครองของไทย
3.
ทฤษฎีการเมืองการปกครองไทย
|
3
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
2
|
3.
วิวัฒนาการการเมืองการปกครองของ
ไทย
1. การเมืองไทยสมัยสุโขไทย
2. การเมืองไทยสมัยอยุธยา
3. การเมืองไทยสมัยกรุงธนบุรี
|
3
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
3-5
|
4.
วิวัฒนาการการเมืองการปกครองของ
ไทย(ต่อ)
1. การเมืองการปกครองไทยสมัย
รัตนโกสินทร์(ก่อนการเปลี่ยนแปลง)
2. การเมืองการปกครองไทยสมัย
รัตนโกสินทร์สมัยการเปลี่ยนแปลง
ปี 2475
3. การเมืองการปกครองไทยสมัยเผด็จ
การพ่อขุนอุปถัมภ์
4. สรุปและตั้งประเด็นคำถาม
|
6
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
6-7
|
5.
วิวัฒนาการการเมืองการปกครองของ
ไทย(ต่อ)
1. การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย
2500-2539
2. การเปลี่ยนแปลงแนวความคิดทาง
การเมืองและการปกครองของไทย
2.1 ทฤษฎีความเป็นพลเมือง กลุ่ม
ผลประโยชน์และกลุ่มผลักดัน
2.2 แนวคิดระบบตัวแทน
2.3 โครงสร้างสังคมและวัฒนธรรม
|
6
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
สัปดาห์ที่
|
หัวข้อ/รายละเอียด
|
จน.ชั่วโมง
|
กิจกรรมการเรียนการสอน/สื่อที่ใช้
|
ผู้สอน
|
|
|
ทางการเมืองของไทย
ทางการเมืองของไทย
|
|
|
|
|
8-9
|
6. พฤติกรรมทางการเมืองและการศึกษา
ทัศนคติ ทางการเมืองของไทย
6.1 พลังผลักดันทางการเมือง
6.2 พฤติกรรมทางการเมือง
|
6
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
10
|
7.
การเปลี่ยนแปลงสังคม วัฒนธรรมทาง
การเมืองของไทย
|
3
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
11-12
|
8.
แนวคิดระบบการเลือกตั้ง
9.
การปฏิรูประบบการเลือกตั้งของไทย
|
2
ชั่วโมง
|
บรรยาย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน หนังสือ ตำรา
เวบไซด์
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
13-14
|
10.
การเมืองการปกครองภายใต้แนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียง
10.1 แนวคิดจริยธรรมทางการเมือง
10.2 หลักการบริหารบ้านเมืองและ
หลักทศพิศราชธรรม
10.3 แนวคิดทุนทางสังคม
10.4 แนวคิดธรรมาภิบาล
10.5 หลักของการมีส่วนร่วม
|
4
ชั่วโมง
|
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน
เวบไซด์ การยก ตัวอย่าง กรณีศึกษาประกอบการบรรยาย
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
15
|
11. การสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง
การปกครองในภาคประชาชน
|
2
ชั่วโมง
|
ศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน
เวบไซด์ การยก ตัวอย่าง กรณีศึกษาประกอบการบรรยาย
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
16
|
12.
สรุปประเด็นการเรียนการสอน
13.
สรุปประเด็นสำคัญเพื่อเป็น
แนวทางในการสอบประเมินผล
|
2
ชั่วโมง
|
บรรยาย
|
อ.ศุภวัฒน์
ปภัสสรากาญจน์
|
|
2.
แผนการประเมินผลการเรียนรู้ (16 สัปดาห์)
|
||||
|
กิจกรรมที่
|
ผลการเรียนรู้*
|
วิธีการประเมิน
|
สัปดาห์ที่ประเมิน
|
สัดส่วนของการประเมิน
|
|
1
|
1.1, 1.6,
1.7, 2.1,
2.4-2.6,
3.2
|
ทดสอบย่อยครั้งที่ 1
สอบกลางภาค
ทดสอบย่อยครั้งที่ 2
สอบปลายภาค
|
4
8
12
16
|
10%
30%
10%
30%
|
|
2
|
1.1, 1.6,
1.7, 2.1,
2.4-2.6,
|
วิเคราะห์กรณีศึกษา
ค้นคว้า การนำเสนอ
รายงาน
การทำงานกลุ่มและผลงาน
|
ตลอดภาค
การศึกษา
|
20%
|
|
กิจกรรมที่
|
ผลการเรียนรู้*
|
วิธีการประเมิน
|
สัปดาห์ที่ประเมิน
|
สัดส่วนของการประเมิน
|
|
|
3.2, 4.1-
4.6,5.3-5.4
|
การตรวจรายงาน
ประเมินการนำเสนอเนื้อหารายงานและเนื้อหารวมทั้งวิธีการนำเสนอ
|
|
10%
10%
|
หมวดที่ 6
ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน
|
1.
เอกสารและตำรา
เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม. 2550.
ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง เพื่อการปฏิรูปทางการเมืองไทย ปี 2550. มติชน รายวัน วันที่
05 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30
ฉบับที่ 10678.
เชาว์วัศ เสนพงศ์.2547.
การเมืองการปกครองไทย. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพฯ. (เอกสาร Electronic).
ชัยอนันต์
สมุทรวาณิช.ไตรลักษณรัฐกับการเมืองไทย. การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยในสี่ทศวรรษ
(2500-2539) หน้า.96-121.
สถาบันนโยบายศึษา. พี เพรส จำกัด. กรุงเทพฯ.
ฐิติพล
ภักดีวนิช. 2551. การสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจ พอ เพียง.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ฝ่ายชุมชนและสังคม. หน้า 5-22.
ธีรยุทธ
บุญมี.
สังคม วัฒนธรรม หลังการเลือกตั้ง ก.พ.2548 การเปลี่ยนแปลงสังคม วัฒนธรรม การเมือง
ครั้ง ที่ 2 ของไทย (1). มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่
25 ฉบับ ที่
1281
|
|
2.
เอกสารและข้อมูลสำคัญ
ไม่มี
|
|
3.
เอกสารและข้อมูลแนะนำ
http://www.nccc.
go.th/ constitution/NewsUpload/82_1_การเลือกตั้งและระบบเลือกตั้ง.pdf.
http://www.rotoratuk.blogspot.com
การเมืองการปกครองไทย
|
หมวดที่ 7
การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา
|
1.
กลยุทธ์การประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนักศึกษา
การประเมินประสิทธิผลในรายวิชานี้
ที่จัดทำโดยนักศึกษา ได้จัดกิจกรรมในการนำแนวคิดและความเห็นจากนักศึกษาได้ดังนี้
- การสนทนากลุ่มระหว่างผู้สอนและผู้เรียน
- แบบประเมินผู้สอน และแบบประเมินรายวิชา
-
ข้อเสนอแนะผ่านเวบบอร์ด ที่อาจารย์ผู้สอนได้จัดทำเป็นช่องทางการสื่อสารกับนักศึกษา
|
|
2.
กลยุทธ์การประเมินการสอน
ในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินการสอน
ได้มีกลยุทธ์ ดังนี้
- การสังเกตการณ์สอนของผู้ร่วมทีมการสอน
- ผลการเรียนของนักศึกษา
-
การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้
|
|
3.
การปรับปรุงการสอน
หลังจากผลการประเมินการสอนในข้อ 2 จึงมีการปรับปรุงการสอน โดยการจัดกิจกรรมในการระดมสมอง
และหาข้อมูลเพิ่มเติมในการปรับปรุงการสอน ดังนี้
- สัมมนาการจัดการเรียนการสอน
-
การวิจัยในและนอกชั้นเรียน
|
|
4.
การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา
มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ในรายหัวข้อ ตามที่คาดหวังจากการ
เรียนรู้ในวิชา
ได้จาก การสอบถามนักศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษา รวมถึงพิจารณาจากผ
การทดสอบย่อย
และหลังการออกผลการเรียนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์โดยรวมในวิชาได้ดังนี้
- การทวนสอบการให้คะแนนจากการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษาโดยอาจารย์อื่น
หรือ
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำหลักสูตร
- มีการตั้งคณะกรรมการในสาขาวิชา
ตรวจสอบผลการประเมินการเรียนรู้ของนักศึกษา โดย
ตรวจสอบข้อสอบ
รายงาน วิธีการให้คะแนนสอบ และการให้คะแนนพฤติกรรม
|
|
5.
การดำเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา
จากผลการประเมิน และทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา
ได้มีการวางแผนการปรับปรุงการ
สอนและรายละเอียดวิชา
เพื่อให้เกิดคุณภาพมากขึ้น ดังนี้
- ปรับปรุงรายวิชาทุกปีการศึกษา
หรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ตามข้อ 4
- เปลี่ยนหรือสลับอาจารย์ผู้สอน
เพื่อให้นักศึกษามีมุมมองในเรื่องการประยุกต์ความรู้นี้กับปัญหาที่มา
จากงานวิจัยของอาจารย์ต่าง
ๆ
|
Comments